เช่ารถขับในญี่ปุ่น เที่ยว Fuji/ Kawaguchiko

ทริปนี้เป็นครั้งแรกที่เราคิดจะเช่ารถขับเที่ยวค่ะ ปกติเที่ยวในโตเกียวจะเที่ยวด้วยรถไฟสะดวกสบายอยู่แล้วเนอะ ทีนี้ทริปนี้เราอยากไปโตเกียวด้วย อยากเที่ยวฟูจิด้วย ไม่เคยไปเลยค่ะ เพราะดูเดินทางลำบาก แล้วเรามีเด็กน้อยอีกหนึ่ง ปกติจะต้องมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบ ใบ cabin size หนึ่งใบ พร้อมรถเข็นเด็ก คือนึกภาพตัวเองไม่ออกว่าจะต้องนั่งรถไฟจากโตเกียว มาต่อรถไป kawaguchiko แล้วจากสถานีไปรร.อีก คิดไปคิดมาหลายตลบ ถึงกับจองรร.ที่โตเกียวที่ Shinjuku นะคะ เพราะถ้าจะต้องนั่งรถ ก็มีรถบัสตรงจาก Shinjuku – Kawaguchiko จะได้เหนื่อยน้อยหน่อย

แต่สรุปก็เช่าค่ะ กลัวลำบาก แล้วไม่มีเวลาเตรียมตัวเยอะ งานยุ่ง ตอนไปยังไม่มี Itinerary เที่ยวเลยค่ะ ไปคิดเอาตอนถึงแล้ว ^^

รถของเราค่ะ Nissan Latio ขนาดน่าจะประมาณระหว่าง Honda Accord/ Honda Civic บ้านเรา

img201711171016297020305.jpg

คุ้มมั้ยนะเช่ารถ $$$ 

คือก่อนจะตัดสินใจเช่ารถ ลองเช็คค่าใช้จ่ายเรื่องรถบัสรถไฟต่างๆ ก็แอบคิดว่ามันก็ไม่ได้ถูกแฮะ เลยลองเช็คราคาเช่ารถมาเทียบกันดู พบว่าราคาไม่แพงนี่นา เราจะไปนอนฟูจิ 3 วัน 2 คืน ก็คือเท่ากับต้องจองรถเป็นสามวัน เช็คราคาค่าเช่ารถจากสนามบินนาริตะ (ขากลับต้องมาคืนที่นาริตะ) จะเริ่มต้นที่วันละพันกว่าบาท สำหรับรถ size เล็ก ก็ถือว่าไม่แพงนะคะ แต่เรากระเป๋าเยอะ เลยเลือกรถใหญ่หน่อย ตกค่าเช่า 6 พันกว่าบาทต่อสามวัน โดยที่ราคานี้มี GPS ให้ด้วย มี booster seat สำหรับเด็ก (ตอนแรกเค้าเขียนในเวบว่าคิดตังวันละ 200-300 เยน แต่มาถึง counter เค้าบอกไม่ต้องจ่ายอันนี้ก็ได้ ใจดีจัง)

ข้อดีของการเช่ารถ

  • สะดวกสบายมาก คือลงจากเครื่องที่นาริตะปุ๊บ เดินเข็นสัมภาระมา counter เช่ารถ ขนของขึ้นรถ แล้วเราก็ได้ขับรถ นั่งๆนอนๆ กันสบาย ไม่ต้อง worry กับการลากกระเป๋า คุณลูกก็หลับสบายเลย
  • การเดินทางชมวิว Fuji/ Kawaguchiko มันมีหลายจุดที่น่าไป ถ้ามีรถขับก็คืออยากขับไปไหนก็ขับไปได้ เหมือนอารมณ์ขับต่างจังหวัด เห็นวิวสวย หรือที่ไ่หนน่าเที่ยวก็จอด ไม่ต้องกังวลว่าจะมีรถเมล์ไปมั้ย ต้องขึ้นสายอะไรเวลาไหน
  • ญ๊่ปุ่นขับรถง่ายค่ะ พวงมาลัยขวาเหมือนกัน GPS ก็ค่อนข้างแม่นนะ เราใช้ทั้ง google map ทั้ง GPS นะ ค่อนข้างตรง ไม่มีพาหลงเลยในสามวัน
  • ค่าน้ำมันก็ไม่ได้แพงมาก เราขับจากนาริตะไป Kawaguchiko ขับเที่ยวตอนกลางวันพอประมาณ ขากลับขับมาแวะ Shinjuku เอาของลงฝากไว้รร. จะได้ไม่ต้องขนของลำบากขึ้นรถไฟ ก่อนขับต่อไปคืนที่นาริตะ เราเติมน้ำมันคืนเค้า เสียเงินประมาณพันกว่าบาทเองค่ะ

ข้อเสีย

  • มันแอบเปลืองเวลาเหมือนกันตอนวันที่เรากลับจากฟูจิแล้วต้องย้อนไปคืนรถที่นาริตะ ฟูจิ – นาริตะ ประมาณ สองชม.กว่า นาริตะเข้าเมืองอีก ชม.กว่า ซึ่งจริงๆรถบัสระหว่าง Shinjuku ถึงฟูจิ น่าจะใช้เวลาแค่ประมาณสองชม.เองนะ
  • ค่าใช้จ่ายแอบแฝง นอกจากค่าเช่ารถที่เรารู้อยู่แล้ว มีค่าทางด่วนที่แพงมากกกกกก คือเราไม่ได้มีเวลาหาข้อมูลเยอะเรื่องเช่ารถขับ แต่ก็ไม่ได้คุ้นเลยว่ามีใครรีวิวเรื่องทางด่วนญี่ปุ่นเนาะ เราขับรถตาม GPS อย่างเดียว มันก็ให้ขึ้นทางด่วนโลดเลย แล้วด่านหลายด่านมาก จากนาริตะ กว่าจะถึงฟูจิมี 3 หรือ 4 ตู้ทางด่วนที่เราต้องจ่ายตังค์ แล้วจ่ายทีไม่ถูกค่ะ มีตั้งแต่พันเยน (300 กว่าบาท) ไปถึง 3000 เยน (1000 บาท) เรานับๆ ขาไป จากนาริตะไปฟูจิ น่าจะเสียค่าทางด่วนไปเกือบ 6000 เยนค่ะ ขากลับก็โดนอีกรอบค่ะ อันนี้ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนจริงๆ 555 แต่ก็ไม่มีทางเลือกเนาะ คือถ้าเราเช่ารถไปเที่ยวกันหลาย ๆ คน กับกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว หารต่อหัวออกมาอาจจะรู้สึกไม่แพงมาก พอดีของเราไปกันสองผู้ใหญ่หนึ่งเด็ก เลยแอบรู้สึกว่าแพง 55 มีให้จ่ายบัตรด้วยนะคะ แต่มันเป็นตู้อัตโนมัติ ไม่กล้าลอง กลัวช้ารถคันหลังจะว่าเอา 😂

    img20171116122543226041919.jpg

    • ป้ายถนนหนทางอะไรเป็นภาษาญี่ปุ่นซะส่วนใหญ่ ต้องใช้สมาธิในการดูมาก ๆ จริงๆตรงบ.เช่ารถเค้าจะมีคำแนะนำให้เราเยอะเลย เรื่องช่องทางด่วนว่าต้องเข้าช่องไหนไรงี้ แต่ก็มีความเครียดนิดนึงว่าจะทำไรผิดป่าว ขับๆไป มี speed limit มั้ยนะก็ไม่รู้ อาศัยพยายามขับให้เร็วเท่ารถคันอื่น 555 ก็รอดมาได้ด้วยดีค่ะไม่มีโดนใบสั่งใดๆ

    รีวิวรถ Nissan Latio ของเรา 

    วิธีการจอง

    • หาราคารถเช่าใน Skyscanner ค่ะ เค้าจะเทียบราคารถให้ แล้วเวลาเช่าเราไปเช่าในเวบตัวแทนอีกที
    • เราได้รถจาก Nissan Rent A Car แต่จองผ่านเวบ rentalcars.com
    • จองล่วงหน้าประมาณสามเดือน เลือกแบบ Free Cancellation เผื่อเปลี่ยนใจ หรือเจอราคาถูกกว่า แต่หาเรื่อย ๆ ก็ไม่เจอถูกกว่า เลยลงตัวกับเวบนี้ไปค่ะ
    • เลือกขนาดรถตาม spec ที่เค้าให้เลยให้เหมาะสมกับจำนวนผู้เดินทางและสัมภาระค่ะ เราเลือกรุ่นนี้ เพราะรถบอกว่านั่งได้ 4 คน กับกระเป๋า 3 ใบ บ้านไหนกระเป๋าน้อยก็เลือกคันเล็กหน่อยได้ค่ะ

    รับรถที่สนามบินนาริตะ

    • เดินตามหา Counter Car Rentals ทุกยี่ห้อจะอยู่ด้วยกันหมดค่ะ (ตอนจองลองเช็คในใบ Confirmation นะคะ ว่ารับรถที่ counter ใน terminal เลยรึเปล่า คือเราไม่แน่ใจว่ามันมีจุดรับจุดอื่นมั้ย แต่เคยเช่ารถประเทศอื่นที่ต้องเดินออกไปเอารถนอก terminal ก็มีนะคะ
    • img20171116092011-73680177.jpg
    • เค้าจะให้เรากรอกเอกสาร ขอหลักฐานคือพาสปอร์ตกับใบขับขี่ ซึ่งเราต้องทำใบขับขี่ระหว่างประเทศก่อนมานะคะ ใบขับขี่ต้องเป็นชื่อเดียวกับชื่อในบัตรเครดิตที่ใช้จองรถเช่าด้วย
    • จะมีเป็นเอกสารคำแนะนำเป็นภาษาอังกฤษ เรื่องการขับรถ เช่นขึ้นทางด่วนต้องเข้าช่องอะไร (เนื่องจากมันเป็นภาษาญี่ปุ่น) ระวังป้ายห้ามจอด ถ้าเติมน้ำมันต้องเติมยังไง สีอะไร บอกวิธีการเดินทางกลับมาส่งรถ ว่าให้ส่งที่ออฟฟิศเค้าที่อยู่ใกล้ ๆ สนามบิน แล้วถึงจะมีเจ้าหน้าที่มาส่งเราที่สนามบิน
    • จากนั้นเค้าจะพาเราเดินไปที่ที่จอดรถเพื่อไปเอารถค่ะ เดินประมาณ 5 นาทีๆ ชิวๆ อากาศหนาวๆ เดินแค่นี้ไม่เหนื่อย

    เรา happy กับรถ size นี้ค่ะ ถ้าใหญ่กว่านี้ก็ต้องรถตู้ละ แต่เราว่าเท่านี้กะลังดี เพราะเราช่วยขับได้ด้วย รถตู้ขับไม่เป็นอ่ะ นี่คือยัดของกันขนาดนี้เลย คือกระเป๋าใหญ่สองใบกระเป๋าเล็กหนึ่งใบยัดท้ายรถ โดยต้องขยับซ้ายขวานิดค่ะ มันพอดีเดี๊ยะ ไม่หลวม สิ่งที่แนะนำคือ ให้มีกระเป๋านิ่มด้วยนะ มันยัดง่ายกว่า ถ้าเป็นกระเป๋าแข็งแล้วขนาดไม่ได้ ก็จะยัดไม่ได้เลยนะ รถเข็นเอาไว้เบาะนั่งข้างคนขับนะ แม่บ้านอย่างเราก็นั่งหลังเป็นคุณนายกะลูก ให้สามีช่วยขับ ^^

    วิธีการอ่าน GPS

    • ตัวเครื่องและแผนที่จะเห็นแต่ภาษาญี่ปุ่น เราเลือก mode Eng ได้ (ให้จนท.ทำให้) และเครื่องมันก็จะบอกทางเป็นภาษาอังกฤษนะคะ
    • ใช้วิธีป้อนชื่อ destination เป็นเบอร์โทรศัพท์แทน เข้าใจว่าเพราะว่าง่ายกว่าต้องพิมพ์ชื่อสถานที่เป็นภาษาญี่ปุ่น
    • ถ้าจะเซฟเวลาคือ ทำการบ้่านก่อนไปว่าอยากไปไหน เก็บเบอร์โทรศัพท์ไว้ให้หาง่าย ๆ ถึงเวลาขึ้นรถจิ้มเบอร์โทรศํพท์ ตั้งเป็น destination เลยค่ะ

    ใบขับขี่ระหว่างประเทศ

    • ใช้เอกสารตามนี้นะคะ ใบขับขี่ บัตรประชาชน พาสปอร์ต รูป 1 ใบ เอกสารขอเป็นตัวจริงพร้อมสำเนา
    • เงิน 505 บาท
    • ใบมอบอำนาจ ถ้าฝากคนอื่นทำ ฝากได้ ทำง่ายเหมือนกันค่ะ

    ใช้เวลาทำใบขับขี่แค่ประมาณสิบนาทีในวันธรรมดา เร็วและสะดวกมากนะคะ

     

    หวังว่าข้อมูลจะมีประโยชน์ สงสัยอะไร inbox คุยกันได้ที่ facebook.com/littlepandastraveldiary นะคะ

    อ่านเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวกับทริปญี่ปุ่น ตามลิงค์ข้างล่างนะคะ

    Autumn in Tokyo / Kawaguchiko 2017 ทริปใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียวและตามหาฟูจิซังที่คาวากุจิโกะ

    เที่ยวโตเกียวด้วยตัวเอง วิธีนั่งรถเข้าเมือง จากสนามบิน Narita – Shinjuku

    เที่ยวโตเกียวด้วยตัวเอง นั่งรถไฟเข้าเมือง Narita Express (Narita – Shinjuku)

    รีวิว โรงแรม JR Kyushu Blossom Shinjuku Hotel 

    3 สวนสวย Slow life ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียว เดินทางง่ายด้วยรถไฟ

    ใบไม้เปลี่ยนสีที่ Yoyogi Park โตเกียว พร้อมรีวิววิธีเดินทาง

    My First Japan Trip (Little Panda @ 8 months)

    Advertisements

    Leave a Reply

    Fill in your details below or click an icon to log in:

    WordPress.com Logo

    You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

    Twitter picture

    You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

    Facebook photo

    You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

    Google+ photo

    You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

    Connecting to %s